แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สูตรอาหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สูตรอาหาร แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วิธีทำ ยำมะนาว สำหรับแก้ง่วง

 ยำมะนาว 

ส่วนผสม

  1. มะนาว 2 ลูก
  2. น้ำปลาแท้อย่างดี
  3. น้ำตาล
  4. เกลือ
  5. รสดี
  6. ผงชูรส
  7. พริกป่น
วิธีทำ
  นำทุกอย่างคลุกเข้าด้วยกัน ชอบเผ็ดก็เพิ่มพริกป่นเยอะๆ หรือใครจะใส่เครื่องอื่นๆเข้าไปด้วยก็ได้ เช่น หมูสับ กุ้งแห้ง ปลาแห้ง ปลากรอบ และยังดัดแปลงได้อีกหลากหลายเลยด้วย
ขอบคุณรูปจากFB :Kamonwan Yok Pissanu

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วิธีทำชีทบอล แบบง่ายๆ

วิธีทำชีทบอล
ชีทบอล

ส่วนผสม

  1. ชีท (แบบที่ขูดมาแล้ว)
  2. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  3. แป้งโกกิ


วิธีทำ

  1. นำชีทมาปั้นเป็นก้อน
  2. แล้วนำก้อนชีทมาชุบไข่ไก่ที่ตีไว้แล้ว
  3. แล้วนำไปชุบกับแป้งโกกิ
  4. ชุบไข่ไก่อีกครั้ง
  5. เสร็จแล้วนำไปคลุกกับเกร็ดขนมปัง
  6. และทำซ้ำตั้งแต่ข้อ2-5อีก 1-2 ครั้ง
หมายเหตุ: ควรจะเก็บใส่กล่องแล้วแช่ตู้เย็นไว้ก่อนซักคืน แล้วค่อยนำมาทอด

ข้อแนะนำในการทอด
 ทอดในน้ำร้อน ใช้ไฟแรง พอออกสีทอง ก็ยกขึ้นมาพักพร้อมทาน ทานกับซอสมะเขือเทศหรือมายองเนส เด็ดอย่าบอก

ภาพจาก:patampatan.com

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วิธีทำแกงเขียวหวาน

แกงเขียวหวาน


ส่วนผสม

  • เนื้อไก่ หั่นชิ้นพอคำ 300 กรัม
  • น้ำพริกแกงเขียวหวาน 2 ช้อนโต๊ะ
  • หัวกะทิ 1 ถ้วย
  • หางกะทิ 2 ถ้วย
  • น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
  • มะเขือเปราะ ผ่าเสี้ยว 5 ผล
  • มะเขือพวง ¼ ถ้วย
  • พริกชี้ฟ้าสีแดง 2 เม็ด
  • ใบมะกรูด ฉีกใบ 4-5 ใบ
  • ใบโหระพา ซัก 1 หยิบมือ

วิธีทำ

  1. เคี่ยว หัวกะทิ ในกระทะด้วยไฟร้อนปานกลาง คนเรื่อยๆ จนหัวกะทิแตกมัน จากนั้นใส่ น้ำพริกแกงเขียวหวาน ลงไปผัดให้หอม
  2. ใส่ เนื้อไก่ ลงไปผัดให้สุกซักปานกลาง น้ำพริกแกงซึมเข้าเนื้อไก่ จากนั้นใส่่ หางกะทิ ลงไป คนเล็กน้อยให้เข้ากัน
  3. รอจนน้ำแกงเริ่มเดือด ปรุงรสตามชอบด้วย น้ำปลา และ น้ำตาลปี๊บ
  4. ใส่ มะเขือเปราะ และ มะเขือพวง ลงไป คนให้เข้ากัน ต้มต่อพอมะเขือสุก
  5. ใส่ พริกชี้ฟ้าแดง และ ใบมะกรูดลงไป คนให้เข้ากัน ใส่ ใบโหระพา ลงไป กดด้วยทัพพีพอใบโหระพาจมน้ำแกง ปิดไฟทันที
  6. ตักแกงเขียวหวานไก่ใส่ถ้วยเสิร์ฟ พร้อมเสิร์ฟ
ทิป: ในการทำ แกงเขียวหวานไก่ นั้น นอกจาก มะเขือเปราะ และมะเขือพวงแล้ว ยังมีผักอื่นๆ ที่นิยมใช้อีกเช่น ถั่วฝักยาว ยอดมะพร้าว ฟัก ฯลฯ

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วิธีการ ทำช็อกโกแลตวาเลนไทน์

ช็อกโกแลตวาเลนไทน์
ช็อกโกแลตวาเลนไทน์
ส่วนประกอบ

วิธีทำจากผงโกโก้ (สำหรับมือใหม่)
  1. ผงโกโก้ 2 ถ้วย (220กรัม)
  2. เนยละลายที่อุณหภูมิห้อง 3/4 ถ้วย (170กรัม)
  3. น้ำตาล 1/2 ถ้วย (100กรัม)
  4. นมที่อุณหภูมิห้อง 2/3 ถ้วย (150มล.)
  5. น้ำตาลป่น 1/4 ถ้วย (30กรัม)
  6. น้ำเปล่า 1 ถ้วย (235มล.)วิธีทำจากเมล็ดโกโก้ (สำหรับผู้เชี่ยวชาญ)


วิธีการ
  1. เทน้ำใส่ลงหม้อแล้วต้ม แต่อย่าปล่อยให้น้ำเดือด
  2. ผสมผงโกโก้กับเนยที่ละลายแล้วลงในชาม. คนให้เข้ากันเป็นเนื้อครีมที่นุ่ม ใช้ส้อมและเครื่องบดอาหาร หรือแม้กระทั่งเครื่องปั่นแบบมือถือ เพื่อตีส่วนผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน
  3. เทส่วนผสมของผงโกโก้ลงไปในหม้อที่ต้มน้ำอยู่แล้วคน ปล่อยให้น้ำร้อนขึ้นได้แต่ไม่ควรปล่อยจนเดือดเทส่วนผสมร้อนๆ ลงในชาม
  4. ร่อนน้ำตาลและน้ำตาลป่นพร้อมกันใส่ไว้ในชามแยกอีกใบ. พยายามร่อนให้ร่วนที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ จากนั้นเทน้ำตาลที่ร่อนเสร็จลงในชามที่มีส่วนผสมของโกโก้ร้อนๆ แล้วคนเติมนม แล้วคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
  5. เทเนื้อช็อกโกแลตที่คนเข้ากันแล้วลงในถาดแม่พิมพ์ให้เป็นแผ่นบางๆ. เนื่องจากช็อกโกแลตจะขึ้นรูปตามทรงแม่พิมพ์ ถ้าใช้ถาดอบสี่เหลี่ยมเป็นแม่พิมพ์ ช็อกโกแลตก็จะออกมาเป็นรูปสี่เหลี่ยม
  6. แช่ช็อกโกแลตไว้ในตู้เย็นหรือตู้แช่เย็น ทิ้งไว้ข้ามคืนให้แข็งตัว
  7. ละลายช็อกโกแลตในอุณหภูมิที่ต่ำลง ทำให้เกิดความมันวาว. นี่ดูจะเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด แต่เพื่อให้มั่นใจว่าช็อกโกแลตจะมันวาวและ”หัก”ได้ ดีกว่าช็อกโกแลตมีผิวด้านและนิ่มจนละลายในมือคุณ อย่างไรก็ตาม ข้อดีของการทำแบบนี้คือ คุณสามารถทำขั้นตอนนี้ซ้ำได้หลายครั้งจนกว่าคุณจะพอใจ (ได้ตามที่ต้องการ) และช็อกโกแลตยังไม่เสีย สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าปล่อยให้มีความชื้นในช็อกโกแลตระวังขณะละลายช็อกโกแลต คุณสามารถทำขั้นตอนนี้ได้โดยใช้เตาอบถ้าคุณทำช็อกโกแลตในปริมาณมาก หรือคุณสามารถใช้หม้อต้มซ้อนกันสองใบวางไว้บนเตา แล้วแต่คุณเลือก ทำให้แน่ใจว่าช็อกโกแลตไม่ไหม้ (คอยคนไปเรื่อยๆ) ละลายช็อกโกแลตในปริมาณมากกว่า 680 กรัม เพราะถ้าน้อยกว่านี้ การทำให้ช็อกโกแลตมันวาวจะยากขึ้นเมื่อช็อกโกแลตละลายที่อุณหภูมิประมาณ 45 ถึง 50 องศาเซลเซียส ให้เทช็อกโกแลตใส่ชามที่แห้งและเย็น จากนั้นคนต่อจนอุณหภูมิลดลงเหลือ 38 องศาเซลเซียส ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดน้ำตาล (candy thermometer) เพื่อวัดอุณหภูมิ ช็อกโกแลตในชามนั้นควรมีอุณหภูมิคงที่ในตอนที่คุณจัดการกับช็อกโกแลตส่วนที่เหลืออยู่เทหนึ่งในสามของช็อกโกแลตในชามลงบนหน้าเคาน์เตอร์หน้าเรียบ หรือบนพื้นผิวอื่นๆ (แกรนิต หรือหินอ่อน เป็นตัวเลือกดีที่สุด) ใช้ไม้พายตีช็อกโกแลตให้กระจายออกแล้วกวาดกลับเข้ามารวมกันใหม่ทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าช็อกโกแลตจะลดเหลืออุณหภูมิที่ราว 30 องศาเซลเซียส ซึ่งน่าจะใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที เวลาที่ช็อกโกแลตเย็นถึงจุดนั้นแล้ว ควรจะมีเนื้อหนาและเหนียวนุ่มเติมช็อกโกแลตในชามที่อุณหภูมิ 38 องศาเซลเซียสลงไปเพิ่ม เพื่อให้ตีและนวดช็อกโกแลตได้ต่อ ค่อยๆ ทำให้ช็อกโกแลตเหนียวนุ่ม.นำช็อกโกแลตเทกลับใส่ลงในชามที่มีช็อกโกแลตอุณหภูมิ 38 องศาเซลเซียส คนอย่างเบามือ และพยายามไม่ให้เกิดฟองขณะคนเช็คอุณหภูมิช็อกโกแลต คุณต้องใช้อุณหภูมิที่ 32 องศาเซลเซียส แต่”อย่า” เกิน 33 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิสูงไปกว่านี้ คุณอาจต้องเริ่มกระบวนการนี้ใหม่อีกครั้งมีทางเลือกอย่างอื่นคือ คุณสามารถซื้อเครื่องทำให้ช็อกโกแลตมันวาวได้ตามอินเทอร์เน็ต ในราคา 9,000 - 12,000 บาท
  8. เทช็อกโกแลตลงในแม่พิมพ์ตอนที่อุณหภูมิยังอยู่ที่ 32 องศาเซลเซียส. ระวังไม่ให้กระเด็นออกนอกแม่พิมพ์บางคนรู้สึกว่าใช้กระบอกบรรจุช็อกโกแลตแล้วฉีดลงในแม่พิมพ์ได้ผลดี แต่คุณจะพบว่าการเทช็อกโกแลตขณะที่มือนิ่งๆ อยู่นั้นง่ายกว่ากันเยอะหลังจากเทช็อกโกแลตทั้งหมดลงในแม่พิมพ์เสร็จแล้ว คุณจะแช่แข็ง แช่เย็น หรือปล่อยให้ช็อกโกแลตแข็งตัวที่อุณหภูมิของห้องก็ได้ ไม่มีวิธีไหนถูกหรือผิด เลือกวิธีที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับคุณ แต่ยังไงก็ตาม คุณอาจให้ช็อกโกแลตแข็งที่อุณหภูมิห้องถ้าคุณอยู่ในแถบเขตอบอุ่น ซึ่งต้องหาจุดที่เย็นกว่าอุณหภูมิห้อง เพื่อวางให้ช็อกโกแลตแข็งตัว
  9. แกะช็อกโกแลตออกจากแม่พิมพ์หลังจากช็อกโกแลตแข็งตัวแล้ว. ช็อกโกแลตควรจะมีผิวมันวาวและหักดังเป๊าะออกเป็นสองท่อนถ้าคุณยังไม่พอใจกับช็อกโกแลตที่ออกมา คุณสามารถทำขั้นตอนให้ช็อกโกแลตมันวาวนี้ใหม่ได้ ตราบเท่าที่ช็อกโกแลตนั้นยังแห้งและคุณยังไม่ทำมันไหม้

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559

วิธีทำ ไข่กระทะ

ไข่กระทะ


เครื่องปรุง
  1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  2. กุนเชียง (ทอด)
  3. หมูยอ (ต้ม)
  4. หมูสับปรุงรส (ต้ม)
  5. ต้นหอมซอย
  6. ขนมปังปิ้ง
  7. เนย
  8. ซอสแม็กกี้

วิธีทำ
 นำกระทะตั้งไฟอ่อนๆ แล้วใส่เนยลงไป ละลายเนยให้ทั่ว ใส่ไข่ลงไปประมาณ 1-2 ฟอง นำฝามาปิดเพื่อให้ไข่สุขตามต้องการ พอไข่สุขตามที่เราต้องการแล้ว ให้เราใส่เครื่องที่เราต้องการลงไป หมูสับปรุงรส หมูยอ กุนเชียง โรยด้วยต้นหอมซอย แล้วปิดฝาอีกซักพัก พร้อมเสิร์ฟกับขนมปังปิ้ง

ขอบคุณสูตรจาก cooking.boxza.com และรูปภาพจาก Rambutan TV

ไก่ต้มน้ำปลา หอมๆ

ไก่ต้มน้ำปลา


ส่วนผสม

  1. ไก่สด 1 ตัว (หรือส่วนที่ชอบก็ได้)
  2. รากผักชีทุบ 2 ราก
  3. ข่าหั่นแว่น 3 แว่น
  4. ตะไคร้ทุบ 2 ต้น
  5. ใบมะกรูด 3 ใบ
  6. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำปลาอย่างดี 1 ถ้วย
  8. ซอสปรุงรส 1 ถ้วย
  9. ซีอิ้วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำปลาสำหรับต้ม
วิธีทำ

ล้างไก่ให้สะอาด เตรียมไว้
ใส่น้ำลงในหม้อ นำไก่ลงไปลวกจนหนังไก่ตึง ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำเตรียมไว้
ใส้รากผักชี ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และน้ำตาลปี๊บลงก้นหม้อ วางไก่ทับลงไปเติมน้ำปลา ซอสปรุงรส และซีอิ๊วดำ เทน้ำตามลงไปพอให้ท่วมตัวไก่ ปิดฝา ต้มด้วยไฟอ่อนนานประมาณ 30 นาที - 1 ชั่วโมง (ตามขนาดของไก่) รอจนสุกทั่วทั้งตัว ตักขึ้น สะเด็ดน้ำ ตัดเป็นชิ้นใส่จานเสิร์ฟ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ส

ขอบคุณสูตรจากคุณ Jintana Suriye

วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2559

หน้าสังขยา

ข้าวเหนียวสังขยา


ข้าวเหนียวสังขยา

ส่วนผสม
  1. ไข่ไก่ 1ถ้วย
  2. กะทิ1ถ้วย
  3. น้ำตาลมะพร้าว1ถ้วย
  4. เกลือ1ช้อนกาแฟเล็กๆ
  5. ใบเตย4-5ใบ(ไว้ขยำสังขยา)
วิธีทำ
ผสมทุกอย่างในชามใช้ใบเตยขยำให้เข้ากัน แล้วกรองผ่านผ้าขาวบางหรือกระชอนใส่ภาชนะที่จะนึ่ง เวลานึ่งน้ำต้องเดือดไฟแรงวางถ้วยสังขยาลงในลังถึงปิดฝาลังถึง สังเกตุให้สังขยาฟูขึ้น แล้วจึงเบาไฟลงเป็นกลางเกือบอ่อน นึ่งจนสุก ใช้ไม้จิ้มลงไปตรวจดูว่าสุกรึยัง นึ่งประมาณ45-60นาทีค่ะ พอสุกทิ้งไว้จนเย็นก่อนค่อยตักวางบนข้าวเหนียวมูน พร้อมทานค่ะ
*ถ้วยที่ยุใช้ยุใช้ถ้วยทานขนม ตวงเท่ากันเลยค่ะ1:1:1(ทั้งไข่ กะทิ และน้ำตาลมะพร้าว...ใครชอบหวานน้อยลดลงนะคะ)
*สีของสังขยาขึ้นอยู่กับน้ำตาลมะพร้าวที่เราใช้ค่ะ ถ้าชอบสีเข้มหาน้ำตาลที่มีสีเข้มใช้นะคะ

ขอขอบคุณสูตรจากคุณ Yuphawan RJ ด้วยน่ะครับ

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559

ข้าวหน้าแซลมอนสามสี่



ส่วนผสม

  1. แซลมอนแล้วแต่อิ่มใคร
  2. พริกเผา 1 ช้อน
  3. ซีอิ๊วหวาน 1/2 ช้อน
  4. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อน
  5. น้ำตาลทราย 2 ช้อน
  6. เกลือ 1/2 ช้อน
  7. พริกไทย 1/2 ช้อน ไม่ใส่ก็ได้ตามใจเลย
  8. น้ำมันมะกอกนิดหน่อย

วิธีทำ

  1. ตั้งกะทะแบบไม่ใช้น้ำมัน ไฟอ่อน ใส่น้ำมันมะกอกนิดน่อย พอร้อน นำเครื่องปรุงทั้งหมดลงไปละลาย โดยคนให้เข้ากันจนหอม แล้วชิมจนได้รสที่ชอบ เอาขึ้นพักไว้สำหรับทำซอส
  2. ตั้งกะทะใบเดิม หรือใบใหม่ก็ได้ ใช้ไฟอ่อนดีที่สุด ใส่น้ำมันมะกอกนิดเดียวพอ พอกะทะร้อน เอาแซลมอนลงไป พลับด้านไปมาพอเริ่มสุก เอาแปรงจุ่มซอสที่เตรียมไว้ทาที่ปลา สลับกลับไปกลับมา แล้วทาไปเรื่อยๆ เหมือนทำบาบีคิว พอได้ที่ ปลาสุกเหลือง ซอสเริ่มหอมๆ เข้าเนื้อปลา แค่นี้เสร็จค่ะ ตักข้าวมา เอาปลางวางบนข้าว จะเอาข้าวทับปลาก็ตามแต่ แล้วราดซอสที่เหลือลง อื้อหืออออออออ
ขอบคุณสูตรจากคุณ Aeryne P. Manarangsun

ซุปกระะดูกหมูมันฝรั่ง‬



ส่วนผสม
  1. กระดูกหมู หรือน่องไก่
  2. มันฝรั่งหั่นชิ้นใหญ่
  3. แครอทหั่นชิ้นใหญ่
  4. หอมใหญ่หั่นชิ้นใหญ่
  5. มะเขือเทศสีดา
  6. ผักชี หรือ คื่นช่าย
  7. ราก ผักชี กระเทียม
  8. เกลือ
  9. ผงปรุงแกงจืด
วิธีทำ
  1. ตั้งน้ำเดือดใส่ เกลือ กระดูกหมูหรือจะใช้
  2. น่องไก่ก็อร่อยค่ะ เบาไฟลงอ่อนๆ(น้ำซุป
  3. จะใสค่ะ)บุบรากผักชี กระเทียมปอกเปลือ
  4. ก ไม่ต้องบุบ ใส่ คอยช้อนฟองทิ้ง กระดูก
  5. เริ่มจะนุ่ม ใส่แครอท มันฝรั่ง ปรุงรสต้มต่อ
  6. จนมันฝรั่งนุ่มใส่หอมใหญ่ มะเขือเทศ ต้ม
  7. ให้หอมใหญ่สุกยกลง ตักใส่ถ้วยโรยผักชี
  8. หรือคื่นช่ายตามสะดวกค่ะ ทานร้อนๆ ป้อง
  9. กันหวัดได้ค่ะ
ขอบคุณสูตรจากคุณ วรรณา อินพวง

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559

ยำปลาทู



ส่วนผสม
  1. ปลาทูนึ่ง 3 ตัว
  2. ตะไคร้สดซอยบางๆ 1-2 ต้น
  3. หอมแดงซอย 2-3 หัว
  4. ต้นหอมซอย/ผักชีซอย/ผักชีฝรั่งซอย อย่างละ 1ต้น
  5. น้ำมะนาว 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  8. พริกแห้งทอด 3-4 เม็ด
  9. พริกขี้หนูสวน เผ็ดมากเผ็ดน้อย แล้วแต่ชอบ
  10. มะม่วงเปรี้ยวซอยเป็นเส้นๆ

ป.ล. การใช้น้ำมะนาวต้องระวังความเปรี้ยวของมะม่วง และการใช้น้ำปลาต้องระวังความเค็มของปลาทูด้วยนะคะ

วิธีการทำ
  1. ตั้งกระทะย่าง รอให้ร้อนแล้วเอาปลาทูนึ่งไปย่างให้สุกหอม แล้วพักไว้ให้เย็นนะคะ หลังจากนั้นแกะเอาแต่เนื้อใส่ชามพักไว้ก่อน
  2. ผสมน้ำยำ เข้าด้วยกันนะคะ ไม่ว่าจะเป็น น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย พริกขี้หนู และหอมแดง คนให้เข้ากัน จนน้ำตาลทรายละลายหมด จากนั้นใส่เนื้อปลาทูที่แกะไว้ แล้วตามด้วยตะไคร้ซอย มะม่วงเปรี้ยว คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  3. ใส่ผักชีฝรั่งซอย ต้อนหอมซอยและผักชีซอย ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกที แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ
  4. จัดใส่จาน โรยหน้าด้วยพริกทอด เสริฟพร้อมผักสด วันนี้มีใบโหระพาค่ะ เสร็จเรียบร้อยพร้อมรับประทานค่ะ
ขอบคุณสูตรจาก facebook : ทำเองอร่อยจัง By Tu Sureewan

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2559

ไข่ตุ๋นนมสด


ส่วนผสม
  1. ไข่ไก่
  2. นมสด
  3. กุ้งสด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  4. กุ้งสด ปอกเปลือกไว้หาง ผ่าหลังลึก แต่ไม่ทะลุนะคะ
  5. ซีอิ๊วขาว
  6. เกลือป่น
  7. แครอทหั่น
  8. ใบต้นหอมซอย
  9. มันกุ้ง สำเร็จรูป ถ้าไม่มี รีดออกจากหัวกุ้งเลยนะคะ
ป.ล. แพ้กุ้ง เปลี่ยนเป็นหมู / ไก่ ได้นะคะ
วิธีทำ
  1. ตอกไข่ใส่ชาม คนด้วยตะเกียบ แล้วใส่นมสดลงไป คนให้เข้ากัน แล้วปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว และเกลือ คนให้เข้ากัน (ตรงนี้ใครจะกรองก็ได้นะคะ) 
  2. ใส่กุ้งสับและแครอทลงไป คนให้เข้ากัน ชอนฟองด้านหน้าออกให้หมดด้วยนะคะ แล้วพักไว้
  3. ตั้งน้ำให้เดือด แล้วเอาไข่ลงไปตุ๋น รอให้หน้าไข่ตึงๆแล้วใส่มันกุ้งลงไปตรงกลาง แล้วเบาไฟลงนะคะ จากนั้นปิดฝา แล้วตุ๋นต่อไป ลองเช็คไข่ด้วยไม้ปลายแหลม จิ้มไม้ลงไปให้ถึงก้นถ้วยเลยนะคะ สังเกตุถ้ามีไข่ติดไม้มาเล็กน้อย คือใกล้สุกแล้ว ให้วางกุ้งที่เราเตรียมไว้ลงไป ปิดฝาแล้วนึ่งต่อ จนกุ้งเปลี่ยนเป็นสีส้ม แล้วโรยต้นหอมซอยลงไป ปิดฝาอีกที พอใบหอมซอยเริ่มใส ปิดแก๊สได้เลยค่ะ แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ
ขอบคุณสูตรจากคุณ Tu Sureewan

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2559

Buttercream



สูตร
  1. ไข่ขาว อุณหภูมิห้อง เบอร์ 2 หรือ 1 5 ฟอง
  2. น้ำตาลทราย 180 กรัม
  3. น้ำ 55 ml 
  4. เนยจืด 400 + เนยเค็ม 60 กรัม ( ใช้เนยอุณหภูมิห้องค่ะ )
  5. กลิ่น วานิลลา 1 ช้อนชา
  6. ครีมออฟทาทาร์ 1/2 ช้อนชา (ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ )
  7. น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. ตีไข่กับครีมออฟทาทาร์ ให้ขึ้นฟู และ ใส่น้ำตาลทราย จำนวน 3 ช้อนโต๊ะนั่น ทีละช้อนจนตั้งยอดอ่อน 
  2. นำน้ำตาล จำนวน 180 ต้มกับน้ำ 55 ml ให้ได้อุณหภูมิ 120 องศา 
  3. ค่อยๆรินน้ำตาล เป็นสายในโถ และตีจนตั้งยอดแข็ง (จนโถเย็น ) 
  4. ค่อยๆ ใส่เนยทีละช้อนๆ ไปเรื่อยๆ ช่วงแรกๆจะหยุบ ไม่ต้องตกใจกันนะคะ ^^ ตีไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วกลาง จน ขึ้นฟู และก็เติมกลิ่น ตีต่อไปเรื่อยๆ จนเนื้อเนียนและฟูสวยค่ะ 
ขอบคุณสูตรจากคุณ Nui Pannam

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2559

สลัดโรล&น้ำสลัดครีมซีฟู้ด



สูตรน้ำสลัด 
  1. พริกขี้หนู 5 เม็ด
  2. กระเทียม 3 กลีบ
  3. รากผักชี 2 ราก 
  4. น้ำตาลปี๊บ 1 ชต
  5. น้ำมะนาว 1 ลูก หรือตามชอบค่ะ 
  6. น้ำสลัดครีม 3 ชต.

วิธีทำ
นำ ข้อ1-3 มาตำให้ละเอียด แล้วผสมน้ำตาลปี๊บตำต่ออีกหน่อย จากนั้นตักใส่ถ้วย เติมสลัดครีม น้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ชิมรสเพิ่มเติมได้ตามชอบเลยค่ะ

ขอบคุณสูตรจาก facebook คุณ Pornnipa Sarathing

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559

แซลมอนสลัดโรล




ส่วนผสม
ตัวสลัด

  1. แผ่นแป้ง(แผ่นเมี่ยงญวน)นำมาตัดครึ่งแล้วตัดตรงส่วนโค้งอีกด้านหนึ่งออกประมาณ 1.5 ซม.
  2. ปลาแซลมอน
  3. ไข่กุ้ง
  4. ปูอัด
  5. แครอท(นำไปลวกน้ำร้อนแล้วน็อคด้วยน้ำเย็น)
  6. ผักสลัด
ตัวน้ำสลัด
  1. พริกขี้หนูสวน 8-10 เม็ด(ปรับเพิ่มลดได้)
  2. กระเทียมกลีบใหญ่ 2 ช้อนโต๊ะ
  3. รากผักชี 3 ราก
  4. น้ำปลาอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ(ชอบเปรี้ยวเพิ่มได้)
  6. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. สลัดครีม 2 ช้อนโต๊ะ
  8. มัสตาร์ด 1 ช้อนโต๊ะ
  9. มายองเนส 1 ช้อนโต๊ะ
  10. (ถ้าไม่ใส่มัสตาร์ดกับมายองเนสให้เพิ่มสลัดครีมอีก 1 ช้อนโต๊ะ)
วิธีทำ
น้ำสลัด นำส่วนผสมทั้งหมดไปปั่นให้ละเอียดก็จะได้น้ำสลัดล่ะครับ
ตัวสลัด
นำแผ่นแป้งจุ่มน้ำเปล่าแล้วเอาขึ้นทันที วางบนเขียงโดยวางให้ด้านที่ยาวกว่าอยู่ด้านซ้ายมือ ตักไข่กุ้งลงตรงริมแผ่นแป้งด้านที่ติดตัวเรา วางปลาแซลมอนทับไข่กุ้ง ตามด้วยแครอท ปูอัด ผักสลัด แล้วม้วนให้แน่นก็จะได้ตัวสลัดล่ะครับ
ขอขอบคุณสูตรจาก facebook คุณ Prasert Somta

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

ลูกชิ้นหมูเด้ง



สูตร
  1. หมูบด 500 กรัม
  2. แป้งข้าวโพด 2 ชต.
  3. เกลือ 0.5 ชช.
  4. น้ำปลา 2 ชต.
  5. ผงฟู 1 ชช.
  6. พริกไทยป่นขาวหรือพริกไทยดำ แล้วแต่ชอบค่ะ 1 ชช.
  7. น้ำตาล 1 ชช.
  8. น้ำเย็นจัด 200 ซีซี
ใครไม่ชอบใส่น้ำปลาก็ใส่แต่เกลือได้นะคะประมาณ 2 ชช.
วิธีทำ

  1. ผสมเครื่องปรุงข้อ 2- 8 นำไปรวมกับหมูบด แล้วนำไปปั่นในเครื่องปั่นจนเนื้อหมูเนียน
  2. นำหมูที่ปั่นเสร็จแล้วใสภาชนะไปแช่ ในช่องแช่แข็ง 1 ชม.
  3. เตรียมน้ำต้มจนเดือด ภาชนะใส่น้ำเย็น ( ผสมน้ำแข็งด้วย) 
  4. เมื่อเนื้อหมูแช่เย็นครบ 1 ชม. แล้ว ก็ถึงขั้นตอนการต้ม ตอนใส่เนื้อหมูลงไปในหม้อต้ม ให้ลดระดับความร้อน ไม่ให้ น้ำเดือดนะคะ
วิธีการปั้นลูกชิ้น 
 ใช้มือข้างที่ถนัดปั้นและบีบเนื้อหมู ให้ผ่านระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ หลังจากนั้นใช้ช้อนชา จุ่มน้ำเย็นแล้วตักเนื้อหมูใส่ในหม้อต้ม ถ้านึกภาพไม่ออกดูได้จากในอินเตอร์เน็ตค่ะ ยูทูปก็มีสอนปั้น
เนื้อลูกชิ้นจะลอยขึ้นมา พอเต็มปากหม้อ ให้คนๆ แล้วปิดไฟ ปล่อยไว้ 10 นาที หลังจากนั้นนำไปแช่น้ำเย็นสัก 5 นาที เป็นอันเสร็จสิ้น ถ้าทำเยอะทานไม่หมดสามารถแช่ตู้เย็นไว้ทานวันหลังได้ค่ะ
ขอขอบคุณสูตรจาก facebook คุณ Aor Paisarntam

บราวนี่หน้าฟีม



สูตร
  1. บราวนี่หน้าฟีม
  2. น้ำตาล 220
  3. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  4. กลิ่นวนิลา 1 ชช
  5. เนย 190 กรัม
  6. (ละลายหรือมาการีน ก้ใช้ได้คะ )
  7. แป้งเอนกประสงค์ 100 กรัม
  8. ผงโกโก้ 70 กรัม
  9. ชอคโกแลต (ละลาย) 180 กรัม 
วิธีทำ
ตีน้ำตาล+ไข่ไก่ ประมาน4นาที หรือจนเปนสีเหลืองนวล เติมกลิ่นวนิลาตีพอเข้ากัน ใส่เนยละลาย(ยังอุ่นๆ)ตีพอเข้ากัน ใส่แป้ง+ผงโกโก้ ลงไปตีพอเข้ากัน ใส่ชอคโลแลตละลาย ตีพอเข้ากัน เปนอันเสด เทลงพิมปาดหน้า(ต้องปาดหน้าเกลี่ยๆ ไม่ต้องกลัวไม่สวยนะคะ เคยทำไม่ปาดหน้าให้ไหลเข้ามุมเองหน้าไม่ฟีมคะ อบ 180 องศา ไฟ บน-ล่าง 20 นาที หรือ ตามขนาดภาชนะที่ใส่ ปรับนาทีไปเรื่อยๆได้คะ ทำเสดอบได้เลยไม่ต้องพักหน้าคะ.

ขอขอบคุณสูตรจาก facebook คุณ
Ray Supaporn

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559

ซี่โครงหมูอบเห็ดหอม



ส่วนผสม
  1. ซี่โครงหมู 500 กรัม
  2. เห็ดหอม 10-15 ดอก
  3. รากผักชี 3-4 ราก
  4. กระเทียมไทย 1 หัว 
  5. พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
  6. ซอสหอยนางรม 4 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาลทรายแดง 2 ½ ช้อนโต๊ะ
  9. โป๊ยกั๊ก 2 ดอก
  10. อบเชย 1 ชิ้น
  11. แครอท 1 หัว
  12. ถั่วลันเตา (ไม่มี ไม่ใส่ได้นะคะ)
  13. น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง 
  14. ผักชี ไว้สำหรับตกแต่ง
วิธีทำ
  1. โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย รวมกันให้ละเอียด เสร้จแล้วพักไว้ค่ะ
  2. นำซี่โครงหมู มาหั่นเป็นชิ้น แล้วล้างทำความสะอาด เสร็จแล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  3. นำเห็ดหอมมาล้างทำความสะอาด แล้วเอาเห็ดหอมแช่น้ำให้นิ่ม แช่เห็ดหอมนิ่มแล้ว บีบน้ำออกให้หมด แล้วพักไว้ค่ะ 
  4. หมักซี่โครงหมู(หมักกับหม้อที่จะใช้เคี่ยวซี่โครงหมูเลยนะคะ) กับรากผักชี กระเทียม พริกไทย ที่โขลกเตรียมไว้ ตามด้วยน้ำตาลทรายแดง ซีอิ๊วขาวและซอสหอยนางรม คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 30 นาที 
  5. ซี่โครงหมูที่หมักไว้ ใส่โป๊ยกั๊ก อบเชย เห็ดหอมและเติมน้ำเปล่า ลงไป
  6. จากนั้นปิดฝา แล้วตั้งไฟ เคี่ยวซี่โครงหมูโดยใช้ไฟอ่อนๆ เคี่ยวไปเรื่อยๆจน น้ำเริ่มงวด ใช้เวลา 45นาที หรือมากกว่านั้นนะคะ ถ้าต้องการให้ซี่โครงหมูเปื่อยนุ่มตามต้องการ (ต้องคอยดูด้วยนะคะ เดี๋ยวจะไหม้ซะก่อน) แล้วชิมรสตามชอบนะคะ จากนั้นใส่แครอท และถั่วลันเตาลงไป คนให้เข้ากัน รอให้สุกแล้วปิดแก๊สได้เลยค่ะ
  7. จัดซี่โครงหมูอบเห็ดหอม ใส่จาน โรยหน้าด้วยผักชี ทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยมากค่ะ
ป.ล. ส่วนผสมและวิธีทำที่ให้ไว้เป็นของจานนี้นะคะ ให้ถือว่าเป็นแนวทาง ใครชอบรสชาติแบบไหนจะปรุงเพิ่ม หรือจะลด ได้ตามความชอบเลยค่ะ

ขอขอบคุณสูตรอาหารดีดี จากคุณ Tu Sureewan

ปีกไก่ยัดไส้ทอด



ส่วนผสม สำหรับหมักปีกไก่
  1. ปีกไก่ 8 ชิ้น (ใช้ปีกที่มี ปีกกลางกับปีกล่างนะคะ) 
  2. กระเทียม 3-4 กลีบ
  3. รากผักชี 3 ราก
  4. พริกไทยดำ 1/2 ช้อนชา
  5. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  6. แป้งทอดกรอบ
  7. เกล็ดขนมปังป่น
  8. น้ำมันพืชสำหรับทอด
ส่วนผสมไส้
  1. ไก่บด 100 กรัม
  2. วุ้นเส้น แช่น้ำให้นิ่ม 20 กรัม
  3. แครอทสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
  4. ผักชีสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  5. ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันหอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  8. น้ำมันงา 1 ช้อนชา ไม่มี ไม่ใส่ได้นะคะ

วิธีทำ
  1. โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยดำ ให้ละเอียดเสร็จแล้วพักไว้ค่ะ
  2. เอาปีกไก่ มาล้างทำความสะอาด เสร็จแล้ว เอาปีกไก่มาเลาะเอากระดูกออก โดยใช้มีดเล่มเล็กๆ ปลายแหลม สอดเข้าไปในปีกไก่ ค่อยๆดันมีดเข้าไปในปีกไก่เบาๆมือ และเลาะวนรอบๆกระดูกปีกไก่ ระวังอย่าให้ทะลุหนังไก่ขาด เมื่อเลาะกระดูกปีกไก่ได้แล้ว ตลบส่วนที่มีเนื้อและหนังไก่ขึ้นไปทางด้านเดียวกับปีกล่าง ใช้มีดตัดกระดูกปีกไก่ออกไป ทำไปจนครบทุกชิ้นนะคะ เสร็จแล้วพักไว้
  3. หมักปีกไก่ที่เลาะกระดูกแล้ว กับ รากผักชี กระเทียม พริไทยดำ ที่โขลกไว้ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วพักไว้ 15-20 นาที
  4. ระหว่างหมักไก่ เรามาผสมไส้กันนะคะ หมักไก่กับซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว น้ำมันงา แครอทสับ ผักชีสับ และวุ้นเส้น คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  5. เอาปีกไก่ที่เราหมักไว้มายัดไส้นะคะ โดยตักส่วนผสมใส่ในปีกไก่ แล้วใช้มืออัดให้แน่น แต่อย่ามากเกินไปนะคะ เดี๋ยวเวลานึ่งหนังไก่จะได้ไม่แตก ทำไปจนกว่าจะหมดนะคะ
  6. ตั้งน้ำให้เดือด แล้วเอาปีกไก่ไปนึ่ง ให้สุก ใช้เวลา 15-20 นาทีนะคะ นึ่งสุกแล้ว กลิ่นหอมมากค่ะ
  7. นำปีกไก่ที่นึ่งสุกแล้ว มาคลุกแป้ง ชุบไข่ แล้วคลุกกับเกล็ดขนมปังให้ทั่ว เสร็จแล้วพักไว้
  8. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน ใช้ไฟกลางนะคะ รอให้น้ำมันร้อนแล้วเอาปีกไก่ลงไปทอด จากนั้นปรับไฟลงเป็นไฟอ่อน ไม่อย่างนั้นปีกไก่จะไหม้ สีไม่สวยนะคะ ทอดปีกไก่จนกลายเป็นสีเหลืองทอง ทอดไม่ต้องนานนะคะ เพราะว่าไก่เราสุกอยู่แล้ว เสร็จแล้วตักไก่ขึ้นซับด้วยกระดาษซับมัน 
  9. 9.เอาปีกไก่ที่ทอดเสร็จแล้ว มาหั่นชิ้น ให้มีขนาดพอดีคำ จัดใส่จาน เสิร์ฟพร้อมกับ น้ำจิ้มไก่ ซอสพริก แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ กับเมนูปีกไก่ยัดไส้ทอด
ขอขอบคุณที่มาจาก facebook คุณ Tu Sureewan

กุ้งหวาน

 
  ส่วนผสม
  1. กุ้งไซส์เล็ก 
  2. กระเทียม
  3. น้ำตาลปี๊บ
  4. เกลือ
  5. ผงปรุงรส
  6. ซีอิ้วหวาน
  7. น้ำมันพืช
วิธีทํา
นำกุ้งล้างตัดกรีออกพักให้สะเด็ดน้ำ สับ กระ
เทียม เจียวกับน้ำมันให้หอม ใส่ น้ำตาลปี๊บ
เกลือ ผงปรุงรส ซีอิ้วหวานนิดหน่อย เคี่ยว
สักครู่ ใส่กุ้งลงผัด ลดไฟเหลืออ่อนๆ เคี่ยว
ให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อกุ้ง จนน้ำแห้ง ยกลง

ขอขอบคุณสูตรจาก facebook คุณ วรรณา อินพวง

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559

ขนมเปี๊ยะนมสด



ขนมเปี๊ยะนมสด ไส้ลูกผสม ไข่เค็ม นุ่มหอม 
(ไม่ต้องอบควันเทียน ไม่ใส่กลิ่น) ไส้เต็มๆ
สูตร.ขนมเปี๊ยะนมสด ลงให้แบบไม่กักเลยล่ะ เป็นสูตรที่เราปรับเอง(ครั้งแรกทำมา แห้งไม่อร่อย ก็เลยปรับสูตรใหม่ ให้ใครชิมก็บอกว่าอร่อย)
  1. แป้งนอก
  2. แป้งบัวหิมะ 400 กรัม (ร่อนแป้ง)
  3. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  4. น้ำตาลทราย 80 กรัม
  5. น้ำมันมะพร้าว 110 กรัม
  6. นมบัวแดงจืด 100 กรัม
วิธีทำ 
ผสมทุกอย่าง(นมอย่าเพิ่งใส่หมด จะได้นวดง่าย)นวดจนไม่ติดมือ พัก 30 นาที แบ่งแป้งเป็น 16 ส่วน คลึงให้กลม 
  1. แป้งใน
  2. แป้งบัวหิมะ 200 กรัม(ร่อนแป้ง)
  3. น้ำมันพืช 60 กรัม
  4. นมวัวแดงจืด 40 กรัม
วิธีทำ 
ผสมรวมกันแล้วนวดจนไม่ติดมือ พักไว้ 30 นาที แบ่งแป้งเป็น 16 ส่วนคลึงให้กลม
วิธีปั้น 
  1. เอาแป้งนอกคลึงกดให้แบน แล้วห่อแป้งในให้มิด แล้วคลึงให้กลม
  2. นำมาคลึงให้ยาวประมาณ 4 นิ้ว แล้วรีดตามยาว อย่าหนักมือมากนะ 
  3. ม้วนเข้าหาตัวเราแล้วคลึงให้แน่น จับตั้งขึ้นรีดให้แบน ตามแนวตั้ง ม้วนเข้าหาตัวเราคลึงอีกที แล้วตัดแบ่ง 4 ชิ้น 
  4. นำมาคลึงให้แบนแล้วห่อไส้

วอร์เตา180 องศา อบนาน 20 นาที
***ไข่เข็ม 1 ฟอง ตัดได้ 8 ชิ้น
***ล้างไข่แดง ให้หายเมือก นำไปอบไฟ 100-120 องศา นาน 10-15 นาที
เคล็ดไม่ลับ แป้งที่รอปั้นและแป้งที่ปั้นเสร็จแล้ว ต้องเอาผ้าขาวบางชื้นปิดแป้งไว้
ขอขอบคุณสูตรขนมจาก facebook คุณ ธนพร แต้ นะครับ